มาชู ปิกชู ประเทศเปรูเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 

สาธารณรัฐประเทศเปรู มีพื้นที่ 1,285,220 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ของประเทศปริมาณร้อยละ 60 ปกคลุมไปด้วยป่าดิบชื้น

 ประชาชนมีราวๆ 28,220,764 คนภาษาที่ใช้เป็นภาษาประเทศสเปน การปกครองแบบสาธารณรัฐระบอบสภานิติบัญญัติ ประเทศอยู่ด้านตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ มีเขตแดนทางทิศเหนือชิดกับเอกวาดอร์และก็โคลอมเบีย ทิศตะวันออกติดบราซิลรวมทั้งโบลิเวีย ทิศใต้ใกล้กับประเทศชิลี รวมทั้งตะวันตกติดห้วงมหาสมุทรแปซีฟิก ประเทศเปรูเป็นประเทศที่อารยธรรมการัลที่โบราณติดอันดับต้นของโลก รวมทั้งจักรวรรดิอินคาที่ยิ่งใหญ่ในทวีปอเมริกา เคยเป็นของประเทศสเปนในตอนล่าอาณานิคม แล้วก็ได้เป็นเอกราชในปี พุทธศักราช2364 เป็นประเทศที่ได้รับการละเว้นการตรวจวีซ่า ขอเพียงแค่มีเงินในกระเป๋าก็สามารถท่องเที่ยวได้แล้ว
ถ้ามาประเทศเปรูและจะต้องไปเยี่ยมดู ในมรดกโลก ในปี พุทธศักราช2526 แล้วก็สถานที่ ใน สิ่งอัศจรรย์ ได้รับเลือกเมื่อ พุทธศักราช2550 ซึ่งก็คือ มายก ปิกยก ตั้งยุ่บนยอดเทือกเขาสูง 2,430 เมตรยอดเยี่ยมในแนวเขาแอนดีส แต่ว่าด้วยการที่มายก ปิกยก ตั้งอยู่บนยอดดอย ถ้าคิดจะดูจากที่ไกลๆอาจเป็นได้ยากด้วยเหตุว่าถูกล้อมไว้ด้วยเทือกเขา ต่างๆถูกทำขึ้นในตอนคริสต์ศตวรรษ ที่ 15 โดย ขว้างชาคูเทค ยูปันกิ หัวหน้าอาณาจักรอินติดอยู่ เมืองที่นี้ปกคลุมไปด้วยเมฆ ที่ตั้งออกจะทุรกันดารเข้าถึงยาก ลึกเข้าไปในป่าอเมชอนแล้วก็แม่น้ำเลิศบัมบา ซึ่งตอนหลังได้กำเนิดโรคละบาดก็เลยย้ายถิ่นไปอยู่ที่อื่นๆ และก็ได้ล่มสลายลงลงภายหลังแพ้การทำศึกให้ประเทศสเปน เมืองมายก ปิกยกก็ได้หายไป รวมทั้งได้ถูกเจอโดย นักโบราณคดี ชื่อฮิราม บิหมูแฮม เป็นคนประเทศอเมริกา ในปี พุทธศักราช2454 แม้กระทั่งเจอมายก ปิกยกสุดแท้แต่ก็เหลือแค่ ซากแล้ว แม้กระนั้นก็ยังดีที่เป็นซากที่ยังบริบูรณ์มากมาย มีสร้างก่อสร้างมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่ มายก ปิกยก มีการวางแปลนเมืองแล้วก็ระบบประปาที่สุดยอด มีสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนารวมทั้งสิ่งที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับดวงดาวอีกด้วย สิ่งปลูกสร้างของที่นี้ถูกผลิตขึ้นจากหินเรียงกันกันเป็นชั้นๆตามทิวเขาเป็นขั้นบันไดหลายพันขั้นไปเป็นทางเชื่อมกันเป็นฟุตบาท จุดแข็งหนึ่งอย่างของอาคารบ้านเรือนแบบอินค้างเป็นไม่ใช้ปูนแต่ว่าจะใช้หินเรียงแล้วก็ยืดเข้าด้วยกันแทน โดยหินแต่ละก้อนวางแบบมาอย่างทะนุทนอมพิถีพิถันอย่างยอดเยี่ยมจนถึงทำให้เมื่อได้รับภัยทางธรรมชาติหรือแผ่นดินไหวเกิดขึ้น หินที่เรียงกันจะดูราวกับว่ากำลังเต้นอยู่และก็รวมกลับเข้าที่เข้าทางได้อย่างรวดเร็ว เป็นอาคารบ้านเรือนที่น่าแปลกรวมทั้งยังคงช่วยรักษามายก ปิกยกมายาวนานมากถึง 500 ปีเลยที่เดียว
ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวอยากมาดูความงามของมายก ปิกยก มากยิ่งกว่าเดิม ทางประเทศเลยจัดให้มีกานจำกัดคนขึ้นไปท่องเที่ยวในทุกวันและก็เก็บค่าเข้าชม โดย 24 ชั่วโมง มี รอบ เป็นรอบเช้าตรู่ หกนาฬิการุ่งเช้าถึงเที่ยงตรง แล้วก็บ่ายถึงห้านาฬิกาห้า รอบละ 2500 คน

Author: Miriam Russell